วันเสาร์ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2566

หน่วยที่ 1 พื้นฐานงานเชื่อม ความปลอดภัยงานเชื่อมแก๊สและงานเชื่อมไฟฟ้า

 


ความปลอดภัยในการเชื่อมแก๊ส

การเชื่อมด้วยก๊าซเป็นการเชื่อมโดยอาศัยความร้อนจากเปลวไฟของก๊าซสองชนิดผสมกันระหว่างก๊าซ ออกซิเจนกับแก๊สเชื้อเพลิง โดยทั่วไปก๊าซเชื้อเพลิงที่ใช้อย่างแพร่หลาย คือ ก๊าซอะเซทีลีน (Acetylene) และ ก๊าซปิโตรเลียมเหลว (Liquefied petroleum gas: LPG) ดังนั้น การใช้งานโดยวิธีการเชื่อมด้วยก๊าซอาจจะมี ความเสี่ยงและอันตรายสูงหากมีการใช้งานอย่างไม่เหมาะสม

ความปลอดภัยในการเชื่อมแก๊ส

              1. ถ้าเป็นการเชื่อมในห้อง สิ่งที่ต้องคำนึงถึง คือ ห้องนั้นมีการระบายอากาศพอเพีองหรือไม่  โดยทั่วไปพื้นที่ของห้องที่เพียงพอต่อการระบายอากาศจะมีพื้นที่ 10,000 ลูกบาศก์ฟุต หรือ 283 ลูกบาศก์เมตรต่อช่างเชื่อม 1คน ในขณะเดี่ยวกันห้องนั้น จะต้องมีความสูง 16 ฟุต หรือ 4.9 เมตร

              2. กรณีเชื่อมในโรงงาน ซึ่ง อาจจะมีขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ก็ตาม พื้นที่ที่จะทำให้มีการระบายอากาศที่ดีนั้น ควรให้มีพื้นที่ 2,000ลูกบาศก์ฟุต 56 ตารางเมตร ต่อช่างเชื่อม 1คน และต้องมีการระบายอากาศ ซึ่งจะทำให้อากาศภายในบริเวณเชื่อมดีขึ้น

              3. จำเป็นต้องระบบอากาศอยู่เสมอเมื่อทำการเชื่อมโลหะบางประเภท เช่น สังกะสี  ตะกั่ว  เบริลเลียม  แคดเมียม  ปรอด ทองแดง หรือโลหะที่เชื่อมแล้วเกิดควันพิษ  ซึ่งจะทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกาย

              4. การเก็บรักษาท่อแก๊ส หรือการนำท่อแก๊สมาใช้งาน ควรใช้โซ่คล้องแล้วยึดติดผนังเพื่อไม่ให้ท่อล้มเมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้น ดังรูปที่ 1.1 

               5. การเก็บรักษาท่อแก๊ส และการใช้งานควรห่างจาก สารติดไฟไม่น้อยกว่า 25 ฟุต หรือ 7.6 เมตรดังรูป 1.1

            


***ทำการคล้องโซ่ ในชุดแก๊สเคลื่อนที่*** 


                6. การเก็บรักษาท่อแก๊ส และท่อออกซิเจนควรแยกออกจากกัน โดยมีกำแพงกั้นกลาง มีความสุขอย่างน้อย 5 ฟุต หรือ 1.5 เมตร ดังรูปที่ 1.2



                7. ห้องที่เก็บแก๊สอะเซทิลีนต้องมีช่องระบายอากาศ และที่ประตูต้องมีคำเตือน 
วัตถุไวไฟ ห้ามจุดไฟ ห้ามทำให้เกิดประกายไฟ ห้ามสูบบุหรี่ ดังรูป 1.3 


                8. การเคลื่อนย้ายท่อแก๊สต้องมีฝาครอบป้องกันวาล์วเสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้วาล์วถูกกระแทกจนแตกหรือปิ่น เมื่อขนส่งด้วยรถบรรทุกหรือรถเทลลอร์


                            9. กรณีท่อบรรจุแก๊สรั่ว ต้องรีบนำท่อแก๊สออกจากอาคารหรือพื้นที่ทำงานไปไว้ในโล่งแจ้งที่อากาศระบายไดดี  ในขณะเดี่ยวกันควรนำป้ายบอกเตือนเพื่อไม่ให้ผู้อื่นสูบบุหรี่ หรือทำให้เกิดประกายไฟบริเวณที่แก๊สรั่ว ดังรูป 1.4

                        10. การวางท่อบรรจุแก๊สอะเซทิลีนตำแหน่งนอนนานๆ แล้วตั้งขึ้นทันที สารอะซีโตนจะเคลื่อนตัวออกมา ทำให้เปลวไฟอุณหภูมิต่ำกว่าปกติ และทำความเสียหายกับ Regulator หรือบริเวณ Valve ของกระบอกเชื่อม Torch

                           ถ้าจำเป็นเคลื่อนย้ายลักษณะนอน เมื่อตั้งขึ้น ต้องมีระยะเวลาเพื่อให้สารอะซิโตนเข้าที่ จึงจะใช้งานได้อย่างปลอดภัย 

                        11.ก่อนทำการเชื่อมต้องสังเกตพื้นที่รอบข้างเสียก่อนว่า มีถังแก๊ส ถังสี หรือกาน้ำมันอยู่ในบริเวณเชื่อมหรือไม่ เพราะถ้ามีประกายไฟอาจกระเด็นไปถูกทำให้นำมันหรือแก๊สลุกติดไฟได้

                        12.ภายในโรงงานเชื่อมต้องมีอุปกรณ์ดับไฟ สามารถที่จะหยิบใช้ได้ง่ายเมื่อเกิดเพลิงไหม้และควรติดตั้งสูงจากพิ้นที่ประมาณ 1-1.5 เมตร ดังรูป




                        13. ผนังกำแพงที่ติดตั้งอุปกรณ์ดับเพลิงควรทาสีแดงไว้รอบๆ อุปกรณ์ดับเพลิง และถ้าหากติดตั้งอยู่ในกล่องดับเพลิงควรทาสีแดงทุกด้าน

                       14.การใช้อุปกรณ์ดับเพลิง ให้ดึงสลักบริเวณไก ใช้มือเหนี่ยวไกพร้อมทั้งพ่นน้ำยาดับเพลิงไปที่วัสดุที่กำลังลุกไหม้ ไมใช่พ่นไปที่เปลวไฟ

                        15.ข่างเชื่อมที่จะทำการเชื่อมควรพึงสังวรอยู่ตลอดเวลา ชุดปฎิบัติงานสวมใส่อยู่นั้นจะต้องไม่เปื้อนน้ำมัน เพราะถ้าเปื้อนน้ำมันจะมีโอกาสติดไฟมากกว่าชุดปฎิบัติงานที่สะอาด

                        16.อย่าทำการเชื่อมใกล้ถังแก๊ส เพราะความร้อนจากการเชื่อมจะทำให้แก๊สภายในถังขยายตัวและอาจระเบิดได้

                        17.อย่าหยอกล้อกันขณะเชื่อม หรือนำเปลวไฟจากหัวเชื่อมมาหยอดล้อกัน เพราะอาจจะเกิดอันตรายได้เมื่อไม่สามารถควบคุมเปลวไฟได้

                        18.อย่าให้ท่อบรรจุแก๊สเปื้อนน้ำมันหรือจารบี โดยเฉพาะบริเวณคอขวด และที่บริเวณวาล์ว

เปิดปิดแก๊ส เพราะนำ้มันหรือจารบีทำปรฎิกิริยาแก๊สรั่วซึมออกมา ทำให้ลุกติดไฟและระเบิดได้

                        19.ขณะเชื่อมไม่ควรนอนท่อบรรจุแก๊สอะเซทิลีนเพราะสารอะซิโตนออกมาและทำลายมาตรวัดแรงดัน Regulator หรือบริเวณ Valve ของกระบอกเชื่อม Torch

                        20. ไม่ควรเชื่อมงานบนพื้นซีแมนต์ เพราะพื้นซัเมนต์เมื่อถูกความร้อนจะขายตัวและระเบิอแตกกระเด็นออกมา อาจจะเข้าตาหรือทำให้แสบร้อนได้

                        21.ก่อนเชื่อมต้องตรวจสอบข้อต่อต่างๆ สายแก๊สอยู่ในสภาพดีหรือไม่ เพราะถ้าหากสายรั่วประกายไฟจากการเชื่อมอาจกระเด็นลงไปทำให้เกิดลุกไหม้ และลามไปยังถังแก๊สได้โดยที่ผู้เชื่อมจะมองไม่เห็น เนื่องจากกำลังเชื่ออมและใส่แว่นกรองแสงอยู่


******ตรวจสอบการรั่วซึมด้วยฟองสบู่*******

                        22. ขณะเชื่อมงานควรงอปลายลวดเชื่อมด้านที่ไม่ได้ใช้เสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้ไปถูกเพื่อนข้างเคียงที่มาดูเมื่อผู้ปฎิบัติงานทำงานเสร็จแล้วและละจากแนวเชื่อม

                        23.อย่าใช้ไฟแช็คจุดเปลวไฟเพราะขณะที่เปลวแก๊สติดไฟอยู่อาจจะไหม้มือได้

                        24. อย่าจุดเปลวไฟจากโลหะร้อน หรือใช้ความร้อนจากชิ้นงานเชื่อมจุดไฟเพราะแก๊สจะกองรวมตัวอยู่บริเวณชิ้นงานร้อนทำให้เกิดระเบิดได้

                        25. อย่าทิ้งหัวแก๊สที่กำลังติดไฟอยู่ในขณะที่ผู้เชื่อมไปทำงานอย่างอื่น

                        26.อย่าเชื่อมภาชนะโลหะที่ปิดฝาอยู่และไม่มีช่องทางระบายอากาศ เพราะอากาศหรือแก๊สภายในจะขยายตัวทำให้เกิดการระเบิด

                        27.ไม่ควรใช้ประแจเลื่อนหรือคีมล็อก เปิดวาล์วท่อบรรจุแก๊สอะเซทิลีน ต้องใช้ประแจเฉพาะตัวในการเปิดวาล์วอะเซทิลีน

                        28.ควรปิดวาล์วท่อบรรจุแก๊สอะเซทิลีน 1/2รอบ ถึง 1รอบ พร้อมทั้งปล่อยประจคาไวเพราะถ่าเดิดอุบัติเหตุจะได้ปิดทัน

                        29.อย่านำแก๊สอเซทิลีนไปใช้โดนไม่มีมาตรวัดแรงดัน Regulator  และคอยตรวจสอบอออความดันขณะเชื่อม

***********Acetylene Regulator**********

**********Oxygen Regulator**********

                       30.ไม่ควรเข้าไปเชื่อมท่อแคบๆเพราะจะหนีออกมาได้ช้า หรือออกมาไม่ได้กรณีไฟลุกไหม้

                       31.ในกรณีไม่มีเสา หรือกำแพงอยู่ในบริเวณใกล้ที่จะล่ามท่อบรรจุแก๊ส ขณะเชื่อมต้องตรวจความยาวของสายเสียก่อนว่ามีความยาวของสายเพียงพอหรือไม่ เพราะอาจจะเผลอดึงท่อแก๊สล้มได้ ดังรูป

                        32. ควรใส่แว่นตากรองแสงขณะทำการเชื่อม และไม่ควรใช้สายพาดไหล่ เพราะถ้าเกิดรั่วอาจถูกไฟไหม้ได้ ดังรูป 1.5


33. การประกอบอุปกรณ์เชื่อมแก๊สต้องติดตั้ง  อุปกรณ์ป้องกันไฟย้อนกลับ (Flashback arrestor) ดังรูป


ส่วนประกอบของอุปกรณ์การเชื่อม

1. ท่อก๊าซออกซิเจนและท่อก๊าซเชื้อเพลิง
2. อุปกรณ์ปรับความดัน (Pressure regulator) จะต้องสวมแน่นพอดีกับทางออกของท่อก๊าซ
3. หัวเชื่อมก๊าซ (Torch )
4. สายท่อก๊าซออกซิเจนและก๊าซเชื้อเพลิง
5. อุปกรณ์ป้องกันไฟย้อนกลับ (Flashback arrestor)








เรื่อง ความปลอดภัยในงานเชื่อมไฟฟ้า
ความปลอดภัยในงานเชื่อมไฟฟ้ามีความจำเป็นที่สุดที่จะต้องเรียนรู้ก่อนลงมือทำการเชื่อมเนื่องจากอันตรายจากการเชื่อมเกิดได้หลายสาเหตุและอันตรายที่เกิดขึ้นอาจรุนแรงถึงกับทำลายทรัพย์สินหรือทำให้เสียชีวิตได้ดังนั้นผู้ที่จะทำการเชื่อมจึงจำเป็นที่รู้สาเหตุและป้องกันอันตรายที่จะไม่ให้เกิดขึ้นได้

 ความปลอดภัยในงานเชื่อมไฟฟ้า
ในการเชื่อมไฟฟ้า ช่างเชื่อมมีโอกาสได้รับอันตรายจากการเชื่อมไฟฟ้าได้ตลอดเวลาเพราะขณะที่เครื่องเชื่อมเปิดทำงานมีกระแสไหลไฟฟ้าผ่านตลอดเวลาโอกาสที่จะถูกไฟฟ้าดูดหรือได้รับอันตรายจากรังสีรวมทั้งควันพิษที่เกิดขึ้นในขณะเชื่อมการรักษาความปลอดภัยในงานเชื่อมไฟฟ้ามีดังนี้

ความปลอดภัยในการเชื่อมโลหะด้วยไฟฟ้า

1.  ข้อปฏิบัติและอันตรายในการเชื่อมโลหะด้วยไฟฟ้า
2.   ก่อนการเชื่อมผู้เชื่อมต้องเตรียมเครื่องมือที่จำเป็นต้องใช้ในงานเชื่อม เช่น คีมจับงานร้อน ค้อนเคาะสแลก แปรงลวด และอุปกรณ์ป้องกันอันตรายจากกาเชื่อม เช่น ถุงมือ เสื้อหนัง สนับแข้ง ปลอกแขน หน้ากากพร้อมด้วยเลนส์ ป้องกันแสง และภายในห้องเชื่อมต้องมีท่านป้องกันแสง มีท่อดูดควันที่ใช้งานได้ ดังรูปที่1.1



3.  ไม่ควรนำขากางเกงใส่ไว้ในรองเท้าหรือสวมนาฬิกาขณะเชื่อม เพราะสะเก็ดเชื่อมหรือสแลกอาจกระเด็นเข้าไปในรองเท้า หรือติดอยู่ที่นาฬิกาข้อมือได้
4.  เมื่อมีการเพิ่มหรือลดกระแสไฟ ควรหยุดเชื่อมก่อนเสมอ
5.  แคลมป์(Clamp) จับสายดินต้องแน่นและขนาดของสายเชื่อมต้องเหมาะสมกับกระแสไฟ มิฉะนั้นสายเชื่อมจะร้อนและลุกติดไฟในที่สุด
6.   อย่าเชื่อมงานกลางสายฝนหรือพื้นที่นองไปด้วยน้ำ  เพราะกระแสไฟฟ้าอาจลัดวงจรเป็นอันตรายกับผู้เชื่อมได้ ดังรูปที่ 1.2



7.  เมื่อเกิดไฟลุกติดโดยที่ผู้เชื่อมไม่รู้ บุคคลที่พบเห็นไม่ควรดับไฟด้วยน้ำ เพราะไฟอาจลัดวงจรดูดผู้เชื่อมได้ ควรดับด้วยน้ำยาดับเพลิง
8.  อย่ามองแสงที่เกิดจากการเชื่อมด้วยตาเปล่า เพราะแสงที่สว่างมากเกินไปจะทำให้ตารับไม่ได้ มองไม่เห็นชั่วขณะหนึ่ง แสงที่เกิดจากการเชื่อมสามารถมองด้วยตาเปล่าได้ต้องมีระยะ 40 ฟุตขึ้นไป
9. ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ ตรวจสอบอุปกรณ์ดูดควันให้สามารถทำงานได้ เมื่อทำการเชื่อมโลหะจำพวก ตะกั่ว แคดเนียม โครเมียม แมงกานีส ทองเหลือง และสังกะสี เพราะจะเกิดแก๊สพิษที่อันตรายมาก
10.   อย่าเชื่อมชิ้นงานที่อยู่ใกล้ถังน้ำมันดับเพลิง เพราะสะเก็ดไฟอาจกระเด็นไปถูกถังและลุกไหม้ได้   
        ดังรูปที่ 1.3



11.  ไม่ควรเชื่อมในห้องที่ถูกปิดหมดทุกด้าน  ควรเชื่อมบริเวณที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวกและมีท่อดูดควันพิษ ดังรูปที่ 1.4



12.   อย่าเชื่อมไฟฟ้าด้วยตาเปล่า ต้องใช้เลนส์กรองแสงทุกครั้ง  และควรเชื่อมในห้องที่จัดโดยเฉพาะ ถ้าจำเป็นต้องเชื่อมนอกสถานที่  ควรมีฉากป้องกันแสงเพื่อไม่ให้เป็นอันตรายหรือรบกวนผู้อยู่ข้างเคียง ดังรูป 1.5



13.   อย่าจับชิ้นงานด้วยมือเปล่าหรือใส่ถุงมือจับ  เมื่อเชื่อมเสร็จใหม่ๆ ควรใช้คีมจับเพราะชิ้นงานยังมีความร้อนอยู่  ดังรูปที่ 1.6



14.  การเชื่อมงานท่าเหนือศีรษะ  ควรสวมหมวก  ไม่เช่นนั่นความร้อนจากชิ้นงานอาจลุกไหม้ติดศีรษะได้   ดังรูปที่ 1.7



15.   ควรใส่แว่นตาใสป้องกันเศษโลหะขณะทำการเคาะแลกและให้เคาะออกจากตัวด้วยความระมัดระวัง ดังรูปที่ 1.8



16.  หลังจากเชื่อมงานเสร็จใหม่ ๆ  ต้องระมัดระวังไม่ให้ปลายของลวดเชื่อมไปถูกเพื่อนข้างเคียง     
       ดังรูปที่ 1.9


17.   อย่าเชื่อมเครื่องเชื่อมไฟฟ้าในขณะทำการซ่อม เพราะคณะที่เครื่องทำงานอยู่ ไฟฟ้าอาจดูดได้ขณะทำการซ่อม
18. ควรเลือกกระจกกรองแสงที่เหมาะสม  เพราะถ้าแสงสว่างมากเกินไปจะเป็นอันตรายกับสายตาได้
19. การเชื่อมในสถานที่สูงๆ  ควรใช้เข็มขัดนิรภัยช่วยทุกครั้ง
20. การทำงานเชื่อมในห้องเล็กๆ  ในถ้ำ ในท่อ ในบ่อ หรือในถัง  ต้องมีอากาศถ่ายเทเข้าออกได้ตลอดเวลา  และควรใช้อากาศในบรรยากาศ ห้ามใช้ออกซิเจนบริสุทธิ์เติมเข้าไป  เพราะออกซิเจนมากเกินไปอาจทำให้เกิดประกายไฟและลุกไหม้ได้ง่าย เป็นเหตุให้ระเบิดได้
21.   ขณะทำการเชื่อมไฟฟ้าไม่ควรใส่เครื่องประดับ เช่น  แหวน  นาฬีกา  สร้อยคอ  หรือพกเครื่องมือไว้ตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย  เพราะอุปกรณ์พวกนี้ถ้าไปกระทบกับชิ้นงานที่มีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านกระแสไฟอาจดูดได้  ดังรูปที่ 1.10



22.  การเชื่อมไฟฟ้าภายในท่อโลหะ  อาจเกิดกระแสไฟลัดวงจรได้ง่าย  ดังนั้นเมื่อจำเป็นต้องเชื่อมภายในถังขนาดใหญ่ที่เป็นตัวนำกระแสไฟฟ้า  ควรใช้แผ่นไม้หรือฉนวนไฟฟ้ารองนั่ง  ชุดที่สวมใส่ต้องไม่เปียกชื้น  สายเชื่อมต้องไม่มีลวดทองแดงโผล่ออกมา  และในขณะที่ทำงานต้องมีช่างคู่หู (Partner) คอยช่วยเหลือเมื่อมีปัญหา ดังรูปที่ 1.11



23.   ในการเปลี่ยนลวดใหม่  หลังจากทำการเชื่อมลวดเก่าหมดแล้ว ไม่ควรใช้มือเปล่าจับลวดใส่หัวจับเพราะอาจถูกไฟฟ้าดูดได้  ควรวางลวดเชื่อมในที่ใกล้เคียงและสะดวกในการเชื่อมจับลวดเชื่อมหรือใช้ถุงมือช่วยในการจับ ดังรูปที่ 1.12



24.  เครื่องเชื่อมที่ต่อสายไฟเมนเข้าเครื่องต้องต่อสายดินจากตัวเครื่องลงดิน  เพื่อป้องกันกระแสไฟรั่ว  ซึ่งอาจจะช็อตผู้ที่สัมผัสเครื่องเชื่อมได้  



25.   ถึงมือไม่ว่างก็ไม่ควรพักหัวเชื่อมไว้ด้วยรักแร้  เพราะรักแร้เป็นส่วนที่อับชื้น  มีโอกาสถูกดูดได้ง่าย  ดังรูปที่ 1.14




ขอบคุณข้อมูลความรู้จากเว็ปต่างๆที่มาเผยแพร่เราจัดทำเพื่อให้ความรู้กับนักเรียนโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย

ที่มา สำนักพิมพ์เอมพันธ์ https://aimphan.co.th/
และhttps://sa-thai.com

นิรศ ศรีเมฆ  พิชัย โอภาสอนันต์ ขอบคุณ


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

หน่วยที่ 1 พื้นฐานงานเชื่อม ความปลอดภัยงานเชื่อมแก๊สและงานเชื่อมไฟฟ้า

  ความปลอดภัยในการเชื่อมแก๊ส การเชื่อมด้วยก๊าซเป็นการเชื่อมโดยอาศัยความร้อนจากเปลวไฟของก๊าซสองชนิดผสมกันระหว่างก๊าซ ออกซิเจนกับแก๊สเชื้อเพลิ...